Scroll to top
© 2026, PIMLEGAL - YOUR DIGITAL LAW EXPERT
en th

การหมิ่นประมาททางดิจิทัลในประเทศไทย: อะไรบ้างที่ห้ามโพสต์ออนไลน์?

การหมิ่นประมาททางดิจิทัลเกิดขึ้นเมื่อบุคคลเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความเสียหายทางออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของผู้อื่น ซึ่งรวมถึงการโพสต์บน:

  • แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
  • บล็อกหรือเว็บบอร์ด
  • แอปพลิเคชันส่งข้อความ
  • เว็บไซต์รีวิวหรือเว็บไซต์แชร์วิดีโอ

ในประเทศไทย การหมิ่นประมาททางดิจิทัลอาจมีทั้งความรับผิดทางอาญาและทางแพ่ง ดังนั้นการตระหนักรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญทั้งสำหรับบุคคลทั่วไปและภาคธุรกิจ

กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาทออนไลน์

ประเทศไทยควบคุมการหมิ่นประมาททางออนไลน์ผ่านกรอบกฎหมายหลายฉบับ:

ประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 326–333)

  • ครอบคลุมความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่น ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร วาจา หรือในรูปแบบออนไลน์
  • ผู้กระทำผิดอาจถูกปรับหรือจำคุก

พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (มาตรา 14 และ 15)

  • กำหนดความผิดในการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความเสียหายเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
  • ครอบคลุมเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ

ความรับผิดทางแพ่ง

  • ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือทางการเงินได้
  • ศาลอาจมีคำสั่งให้ลบเนื้อหาและให้มีการขอโทษต่อสาธารณะ

ตัวอย่างโพสต์ออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย

เนื้อหาออนไลน์บางประเภทถือว่าผิดกฎหมายและอาจนำไปสู่การดำเนินคดีในประเทศไทย:

  • การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน: อ้างว่าบุคคลใดกระทำความผิดโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ
  • การดูหมิ่นหรือโจมตีส่วนบุคคล: โพสต์ที่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงหรืออับอาย
  • ข่าวลือ: การเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับบุคคลหรือบริษัท
  • การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว: การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนโดยไม่ได้รับความยินยอม
  • เนื้อหาดัดแปลง: ภาพหรือวิดีโอที่ถูกตัดต่อ (เช่น ดีพเฟค) เพื่อทำให้บุคคลเสียหาย

แม้เนื้อหาที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรง ก็อาจถือเป็นการหมิ่นประมาทได้ หากก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือสร้างผลกระทบต่อสาธารณะ

โซเชียลมีเดียและความรับผิดของธุรกิจ

ธุรกิจและผู้ดูแลโซเชียลมีเดียต้องใช้ความระมัดระวัง:

  • โพสต์ของพนักงาน: หากพนักงานโพสต์เนื้อหาหมิ่นประมาท บริษัทอาจต้องรับผิดในฐานะผู้รับผิดแทน
  • บัญชีองค์กร: โพสต์จากช่องทางทางการต้องผ่านการตรวจสอบและมีความเป็นมืออาชีพ
  • เนื้อหาจากผู้ใช้งาน: แพลตฟอร์มควรติดตามและลบโพสต์ที่ผิดกฎหมายเมื่อได้รับแจ้ง

ความประมาทในประเด็นเหล่านี้อาจนำไปสู่ค่าปรับ การฟ้องร้อง และความเสียหายต่อชื่อเสียง

บทลงโทษสำหรับการหมิ่นประมาททางดิจิทัล

การฝ่าฝืนกฎหมายหมิ่นประมาททางดิจิทัลของประเทศไทยอาจส่งผลให้:

  • ค่าปรับทางอาญา: ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท
  • โทษจำคุก: สูงสุดหลายปีในกรณีร้ายแรง
  • ค่าเสียหายทางแพ่ง: ชดเชยความเสียหายทางการเงินหรือชื่อเสียง
  • คำสั่งให้ลบเนื้อหา: ศาลสามารถมีคำสั่งให้ลบข้อมูลหมิ่นประมาทได้

บทลงโทษขึ้นอยู่กับเจตนา ความร้ายแรง และผลกระทบต่อสาธารณะของการโพสต์

วิธีหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายออนไลน์

  • ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโพสต์: หลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้ยืนยัน
  • หลีกเลี่ยงการโจมตีส่วนบุคคล: การวิพากษ์วิจารณ์ควรอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและความเป็นมืออาชีพ
  • เคารพความเป็นส่วนตัว: อย่าเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอม
  • ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น: ความคิดเห็นต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
  • ดูแลเนื้อหาของผู้ใช้: หากบริหารแพลตฟอร์ม ควรลบเนื้อหาที่ผิดกฎหมายโดยเร็ว
  • ขอคำปรึกษาทางกฎหมาย: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในประเทศไทย

การดำเนินการเชิงรุกช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องทั้งชื่อเสียงและสถานะทางกฎหมายของคุณ

สรุป

การหมิ่นประมาททางดิจิทัลในประเทศไทยมีผลทางอาญาและทางแพ่งที่ร้ายแรง บุคคลและธุรกิจควรตระหนักถึง:

  • สิ่งที่ตนโพสต์ออนไลน์
  • การมีปฏิสัมพันธ์ของพนักงานและผู้ใช้งานกับเนื้อหา
  • การปฏิบัติตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์

การมีความรู้และความระมัดระวังจะช่วยรักษาการปรากฏตัวบนโลกออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ และปกป้องชื่อเสียงส่วนบุคคลหรือธุรกิจของคุณ

ในยุคของโซเชียลมีเดีย การปกป้องตนเองทางออนไลน์เป็นทั้งความรับผิดชอบทางจริยธรรมและความจำเป็นทางกฎหมาย