การหมิ่นประมาททางดิจิทัลเกิดขึ้นเมื่อบุคคลเผยแพร่ข้อมูลอันเป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความเสียหายทางออนไลน์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงของผู้อื่น ซึ่งรวมถึงการโพสต์บน:
- แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย
- บล็อกหรือเว็บบอร์ด
- แอปพลิเคชันส่งข้อความ
- เว็บไซต์รีวิวหรือเว็บไซต์แชร์วิดีโอ
ในประเทศไทย การหมิ่นประมาททางดิจิทัลอาจมีทั้งความรับผิดทางอาญาและทางแพ่ง ดังนั้นการตระหนักรู้จึงเป็นสิ่งสำคัญทั้งสำหรับบุคคลทั่วไปและภาคธุรกิจ
กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการหมิ่นประมาทออนไลน์
ประเทศไทยควบคุมการหมิ่นประมาททางออนไลน์ผ่านกรอบกฎหมายหลายฉบับ:
ประมวลกฎหมายอาญา (มาตรา 326–333)
- ครอบคลุมความผิดฐานหมิ่นประมาทและดูหมิ่น ไม่ว่าจะเป็นลายลักษณ์อักษร วาจา หรือในรูปแบบออนไลน์
- ผู้กระทำผิดอาจถูกปรับหรือจำคุก
พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2550 (มาตรา 14 และ 15)
- กำหนดความผิดในการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จหรือก่อให้เกิดความเสียหายเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์
- ครอบคลุมเว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย และการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์อื่น ๆ
ความรับผิดทางแพ่ง
- ผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือทางการเงินได้
- ศาลอาจมีคำสั่งให้ลบเนื้อหาและให้มีการขอโทษต่อสาธารณะ
ตัวอย่างโพสต์ออนไลน์ที่ผิดกฎหมาย
เนื้อหาออนไลน์บางประเภทถือว่าผิดกฎหมายและอาจนำไปสู่การดำเนินคดีในประเทศไทย:
- การกล่าวหาโดยไม่มีหลักฐาน: อ้างว่าบุคคลใดกระทำความผิดโดยไม่มีข้อเท็จจริงรองรับ
- การดูหมิ่นหรือโจมตีส่วนบุคคล: โพสต์ที่ทำให้ผู้อื่นเสื่อมเสียชื่อเสียงหรืออับอาย
- ข่าวลือ: การเผยแพร่ข้อมูลที่ยังไม่ได้รับการยืนยันหรือทำให้เข้าใจผิดเกี่ยวกับบุคคลหรือบริษัท
- การเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว: การเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลที่ละเอียดอ่อนโดยไม่ได้รับความยินยอม
- เนื้อหาดัดแปลง: ภาพหรือวิดีโอที่ถูกตัดต่อ (เช่น ดีพเฟค) เพื่อทำให้บุคคลเสียหาย
แม้เนื้อหาที่ดูเหมือนไม่ร้ายแรง ก็อาจถือเป็นการหมิ่นประมาทได้ หากก่อให้เกิดความเสียหายต่อชื่อเสียงหรือสร้างผลกระทบต่อสาธารณะ
โซเชียลมีเดียและความรับผิดของธุรกิจ

ธุรกิจและผู้ดูแลโซเชียลมีเดียต้องใช้ความระมัดระวัง:
- โพสต์ของพนักงาน: หากพนักงานโพสต์เนื้อหาหมิ่นประมาท บริษัทอาจต้องรับผิดในฐานะผู้รับผิดแทน
- บัญชีองค์กร: โพสต์จากช่องทางทางการต้องผ่านการตรวจสอบและมีความเป็นมืออาชีพ
- เนื้อหาจากผู้ใช้งาน: แพลตฟอร์มควรติดตามและลบโพสต์ที่ผิดกฎหมายเมื่อได้รับแจ้ง
ความประมาทในประเด็นเหล่านี้อาจนำไปสู่ค่าปรับ การฟ้องร้อง และความเสียหายต่อชื่อเสียง
บทลงโทษสำหรับการหมิ่นประมาททางดิจิทัล
การฝ่าฝืนกฎหมายหมิ่นประมาททางดิจิทัลของประเทศไทยอาจส่งผลให้:
- ค่าปรับทางอาญา: ตั้งแต่หลักหมื่นถึงหลักแสนบาท
- โทษจำคุก: สูงสุดหลายปีในกรณีร้ายแรง
- ค่าเสียหายทางแพ่ง: ชดเชยความเสียหายทางการเงินหรือชื่อเสียง
- คำสั่งให้ลบเนื้อหา: ศาลสามารถมีคำสั่งให้ลบข้อมูลหมิ่นประมาทได้
บทลงโทษขึ้นอยู่กับเจตนา ความร้ายแรง และผลกระทบต่อสาธารณะของการโพสต์
วิธีหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายออนไลน์
- ตรวจสอบข้อเท็จจริงก่อนโพสต์: หลีกเลี่ยงการแชร์ข้อมูลที่ยังไม่ได้ยืนยัน
- หลีกเลี่ยงการโจมตีส่วนบุคคล: การวิพากษ์วิจารณ์ควรอยู่บนพื้นฐานข้อเท็จจริงและความเป็นมืออาชีพ
- เคารพความเป็นส่วนตัว: อย่าเผยแพร่ข้อมูลส่วนบุคคลโดยไม่ได้รับความยินยอม
- ระมัดระวังการแสดงความคิดเห็น: ความคิดเห็นต้องไม่บิดเบือนข้อเท็จจริง
- ดูแลเนื้อหาของผู้ใช้: หากบริหารแพลตฟอร์ม ควรลบเนื้อหาที่ผิดกฎหมายโดยเร็ว
- ขอคำปรึกษาทางกฎหมาย: หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายในประเทศไทย
การดำเนินการเชิงรุกช่วยลดความเสี่ยงและปกป้องทั้งชื่อเสียงและสถานะทางกฎหมายของคุณ
สรุป
การหมิ่นประมาททางดิจิทัลในประเทศไทยมีผลทางอาญาและทางแพ่งที่ร้ายแรง บุคคลและธุรกิจควรตระหนักถึง:
- สิ่งที่ตนโพสต์ออนไลน์
- การมีปฏิสัมพันธ์ของพนักงานและผู้ใช้งานกับเนื้อหา
- การปฏิบัติตามประมวลกฎหมายอาญาและพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์
การมีความรู้และความระมัดระวังจะช่วยรักษาการปรากฏตัวบนโลกออนไลน์อย่างมีความรับผิดชอบ และปกป้องชื่อเสียงส่วนบุคคลหรือธุรกิจของคุณ
ในยุคของโซเชียลมีเดีย การปกป้องตนเองทางออนไลน์เป็นทั้งความรับผิดชอบทางจริยธรรมและความจำเป็นทางกฎหมาย